ร้าย

posted on 27 Aug 2009 22:12 by waranya-naja

ทุกๆคำถาม....มันมีคำตอบเสมอ

 

 

อยู่ที่ว่า...จะอยากได้ยินไหม

 

 

หรือถ้าได้ยินแล้ว จะรับได้หรือเปล่า ?

 

 

บางครั้งเราก็ควรรู้จักตัวเอง..และรู้จักปรับตัว

 

...อย่าเอาแต่โทษคนอื่น ไม่มีใครผิดทั้งนั้น ...

 

ถ้าเธอคิดว่าพวกฉันไม่จริงใจ...เธอล่ะ ?

 

 

คนรอบข้างก็เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนตัวเรา......

 

สิ่งที่ได้รับ..ได้มี..ได้เป็น  สมควรกับการกระทำเสมอ

 

 

 

**  ฉันยอมถูกมองว่าเป็นคนมีปัญหา

ใช่ ฉันร้ายกาจ!!!!!

 

 

 

edit @ 27 Aug 2009 22:23:20 by วรัญญา นี่ชื่อฉัน

โรคนอนไม่หลับ..ของฉัน

posted on 25 Aug 2009 01:36 by waranya-naja

ไม่เห็นจะต้องไปคิดอะไรนี่นา เขาก็เป็นเขา เราก็คือเรา ก็คนเหมือนกัน  

 ไม่รู้ว่าเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น..จะจำคำพูดที่พยายามยกมาเป็นข้ออ้างเข้าข้างตัวเองได้มั้ย?

 

ฉันมักลืมตัวเสมอ....หลงผิด หลงถูกไปบ้าง  เพราะฉันก็คือฉัน ก็เปนแบบนี้

แต่อย่างน้อยฉันก็มีเพื่อน..ที่จริงใจกับฉัน อย่างน้อยฉันก็รู้สึกอย่างนั้น

 

ที่จริงแล้วตั้งใจจะเข้านอนแต่หัวค่ำ...แต่ทำไม่ได้  ฉันไม่เคยนอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน

สมองของฉันคิดเรื่องที่ผ่านเข้ามาในยามที่ฉันตื่น และมันก็บงการ...ให้ฉันเก็บมาคิดต่อในแม้ในยามที่ฝัน

 

** ในชีวิตจริงฉันก็คือคนที่ทำอะไรไม่ได้เรื่อง     ถึงอย่างนั้น ยามที่ฉันฝัน  ....ฉันก็มักจะเป็นคนพ่ายแพ้เสมอ

 มันคงเป็นเพราะ...ตอนนี้ ช่วงเวลานี้ ...ฉันอ่อนแอ

 

    *+*+*  มีเรื่องตั้งมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต   ทั้งเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรแต่...ถูกตัดสินว่าผิด

และเรื่องที่รู้ตัวว่าผิด....แต่ก็ไม่มีใครตัดสินอะไร และเรื่องของคนอื่นที่เก็บมาคิดแทนเขา ทั้งที่ไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว เขาคนนั้นจะเคยคิดมั้ย? 

 

คนเรานี่ตลก .....ทางที่ถูกก็มี...แต่ไม่เดิน

                        รู้ว่าเรื่องที่ทำมันผิด....แต่ก็ยังทำ

                        แต่คนบางประเภทก็ทำตัวน่าสงสารยิ่งกว่า  คือ ไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้แม้กระทั่ง วิธีที่จะเรียนรู้ตนเอง เพื่อให้รู้จักสิ่งที่ตัวเองเป็น.....จะได้ปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นได้  จะเรียกหาเพื่อนได้อย่างไร ใครจะอยากมาหา....ในเมื่อ....เธอไม่เคยรู้จักคำว่าเพื่อน .... คนอื่นก็อยากจะเข้าใจเธอหรอก....แต่ใครจะอยากเอาตัวเองไปเป็นควายให้คนอื่นขึ้นขี่ล่ะ ??

 

 

 ที่หนีไม่พ้นคือการนินทา...มันอยู่คู่กับมนุษย์บนโลกนี้ไปแล้ว

ตอนนี้ฉันแยกไม่ออกซะแล้วล่ะ...ว่าระหว่าง " บ่น "  "ปรับทุกข์"  กับ "นินทา" นั้น แตกต่างกันยังไง?

 หรือว่ามันถูกจัดหมวดหมู่รวมกันซะแล้ว...ตอนที่เราไม่รู้ตัว

 

 

+.+.++.+.+.+.+.+.+.+.+.+..+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+

~   สุดขอบฟ้าหรือว่าดาวดวงไหนกัน  โปรดบอกฉัน..ที่ไหนคือบ้านหลังใหม่?

 

 

      ชอบจังเลยนะประโยคนี้ ของเพลงบ้านหลังใหม่ ** 

ยิ่งฟัง....ยิ่งนอนไม่หลับ  

สะเทือนใจ

 

 

 

edit @ 25 Aug 2009 02:23:36 by วรัญญา นี่ชื่อฉัน

ฉันร้องไห้

posted on 26 Jul 2009 18:47 by waranya-naja

ทำไมหมู่นี้รู้สึก Fail กับตัวเองตลอด?  

คงเพราะ..อยากเป็นคนดี แต่เป็นไม่ได้ดั่งใจ

เราเป็นคนทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกัน ทำให้เสียเวลากับเรื่องเล็กๆน้อยๆ โดยใช่เหตุ

แล้วงานหลายอย่างที่ทำอยู่ก็ไม่สำเร็จ  หรือบางงานเสร็จตามกำหนด....แต่กลับไม่ได้เรื่อง

ต้องคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ตลอด .......เพราะเอาแต่หนี

 หนีความรับผิดชอบ หนีหน้าที่ของตัวเอง หนีความรู้สึก

หนีความจริงและหลีกเลี่ยงที่จะทำงานกลุ่มกับเพื่อนๆ

อันที่จริงเพื่อนก็เลี่ยงที่จะพูดเรื่องงานกับเราเหมือนกัน..งานก็เลยยิ่งเยอะ

 ยิ่งค้าง ยิ่งพอกหาง ยิ่งรู้สึกเหนื่อยใจ  ไปให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นที่ไม่ได้จำเป็นกับชีวิตจริงๆ

 .....................อะไรก็ไม่รู้

บางครั้งนั่งอยู่ก็คิดถึงสมัยที่ตัวเองยังเป็นเด็ก

...ตอนนั้น เราไม่ใช่คนแบบนี้ อะไรที่มันทำให้เราเปลี่ยน?? 

 อะไรที่ทำให้เราหลงยึดติดกับสิ่งลวงตา

 อะไรที่ทำให้ชีวิตเรามีแต่การรอคอยกับความหวัง............ที่ไม่สิ้นสุด

 อะไรที่ทำให้เรา..เหลวไหล

หรือ เราเป็นของเราแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ....แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือสิ่งรอบข้างเราต่างหาก

  โลกมันก็เปลี่ยน ทุกคนต่างก็สร้างกำแพงขึ้นมาปิดบังความด้อยของตัวเอง

 ...ก็เลยกลายเป็นว่า ทุกอย่างต้อง Perfect

มันก็เหมือนเป็นการหาเรื่องให้ตัวเองต้องเหนื่อยกับการพยายามเป็นคน.....

ที่ต้องสมบูรณ์แบบ เท่านั้น!  แล้วเราก็ลืมตัวตนของเราเอง

 

 หรือมันเป็นเพราะอะไร??  เพราะอะไรล่ะ ? เพราะอะไรกันแน่? เพราะอะไร?

 

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

........การจะทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันภายในเวลาสั้นๆก็ยากสำหรับเราอยู่ดี

อยากเป็นคนป่า คิดถึงบ้านนอก ฉันเกลียดเมืองกรุง

ฉันไม่ต้องการที่จะเป็นดอกหญ้าในป่าปูน(อีกแล้ว)

 

**แต่ที่พร่ำมาทั้งหมดมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับการเสียน้ำตาสักนิด เอ๊ะ!!!

แค่จะบอกว่า วันก่อนได้ดูรายการคิดข้ามเมฆ (ออนแอร์วันที่ 25 ก.ค. 2552)

กับละครเวทีเรื่อง "ตามหาหู" ที่แสดงในคอนเสิร์ต  "Love is here" ณ โรงภาพยนต์สกาลา

ซึ่งนำเสนอเรื่องของการช่วยเหลือกันระหว่างคนหูดีกับผู้พิการทางหู

 เป็นเรื่องราวของตัวละครสองตัวที่ตัวหนึ่งมีหู อีกตัวไม่มีหู ซึ่งมีความต้องการที่จะมาฟังเพลงร่วมกัน

จึงเกิดเป็นภารกิจตามหาหู ขึ้นมา ทั้งสองคนได้เดินทางร่วมกัน ต่างช่วยเหลือกันและเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน

 ในเรื่องก็มีการใช้เสียงประกอบเพื่อดำเนินเรื่องราวและสื่ออารมณ์ 

 มันก็คงจะไม่มีอะไร ถ้าไม่ใช่การแสดงที่ผู้ชมส่วนหนึ่งในงานคือคนที่อยู่ในโลกของความเงียบ

 

 ที่สอนให้ฉันเข้าใจคือ การที่จะทำอะไรให้สำเร็จ มันก็ต้องมีความพยายาม เหมือนที่นักแสดงกลุ่มนั้น

พยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะสื่อสารให้คนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีบางสิ่งบางอย่างไม่เหมือนกันได้เข้าใจตรงกัน 

 

 

 ...อย่างกินใจเลยทีเดียว     

 

 

ปัจฉิมลิขิต :: 

แม้เธอกับฉันจะอยู่ในโลกที่แตกต่าง แต่เราก็ยังมีบางสิ่งบางอย่างเหมือนกัน

 นั่นก็คือ "หัวใจ"   บางเรื่องไม่ต้องพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้

 .......... ขอเพียงแค่ใช้ใจฟังก็พอ 

 

 

 

 

edit @ 26 Jul 2009 19:40:51 by นักศึกษา...